4 เส้นทางธรรมชาติ ลุยทุ่งนาและสวนผลไม้ช่วงหน้าฝน

หน้าฝนคือช่วงเวลาที่ธรรมชาติคืนความสดชื่น ทุ่งนาเขียวขจีเต็มพื้นที่ และสวนผลไม้ต่างออกผลดกให้ชิมสดๆ ถึงต้น การเดินทางออกไปสัมผัสกลิ่นอายดินและละอองฝนจึงเป็นทริปฮีลใจที่ดีที่สุด
1. นครนายก: ลุยสวนผลไม้และทุ่งนาใกล้กรุง นครนายกเป็นจุดหมายยอดนิยมที่ใช้เวลาเดินทางไม่นาน สำหรับคนที่ไม่มีรถส่วนตัว การเลือกมองหาบริการเช่ารถกรุงเทพ ขับออกไปเพียงชั่วโมงกว่าๆ ก็จะได้พบกับบรรยากาศของทุ่งนาเขียวขจีแถบคลอง 15 ต่อเนื่องไปยังโซนเขื่อนขุนด่านปราการชล นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งรวมสวนผลไม้ทั้งกระท้อน ส้มโอ และมังคุดที่เปิดให้นักท่องเที่ยวแวะเก็บผลผลิตสดใหม่ พร้อมนั่งจิบกาแฟริมคันนาท่ามกลางวิวภูเขา
2. จันทบุรี: ชมสวนผลไม้เมืองจันท์และแปลงเกษตรอินทรีย์ หากต้องการความอิ่มอร่อยควบคู่ธรรมชาติ โซนเขาคิชฌกูฏและอำเภอท่าใหม่ในจังหวัดจันทบุรีคือคำตอบ หน้าฝนเป็นฤดูของทุเรียน เงาะ ลองกอง และมังคุด การใช้บริการรถเช่าช่วยให้แวะชมสวนเกษตรผสมผสาน สัมผัสวิถีชีวิตชาวสวนได้อย่างใกล้ชิด ก่อนจะแวะไปสูดอากาศบริสุทธิ์ริมทุ่งนาบ้านน้ำเชี่ยวที่เขียวชอุ่มตลอดสองข้างทาง
3. นครราชสีมา (วังน้ำเขียว): สูดโอโซนและแปลงเกษตรเชิงนิเวศ วังน้ำเขียวช่วงหน้าฝนจะถูกปกคลุมด้วยไอหมอกบางๆ เส้นทางนี้เหมาะสำหรับการเช่ารถไฟฟ้าเพื่อการเดินทางที่เงียบสงบและเป็นมิตรต่อธรรมชาติ คุณจะได้แวะชมสวนพุทรานมสด ฟาร์มเห็ด แปลงเมล่อนอินทรีย์ และแปลงข้าวไร่บนเนินเขา สัมผัสอากาศเย็นสบายตลอดทั้งวัน
4. เชียงใหม่ (แม่แจ่ม - สันทราย): นาขั้นบันไดและสวนส้ม สำหรับสายชอบวิวอลังการ นาขั้นบันไดที่บ้านป่าบงเปียง อำเภอแม่แจ่ม คือไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาด ต้นข้าวจะเริ่มเติบโตเขียวพรึบทั่วทั้งหุบเขา จากนั้นขับลัดเลาะมาโซนอำเภอฝางหรือสันทรายเพื่อแวะชิมส้มสายน้ำผึ้งสดๆ ในสวน การเลือกเช่ารถขับเองจะทำให้คุณจัดสรรเวลาแวะถ่ายรูปจุดชมวิวตามสันเขาได้อย่างอิสระและยืดหยุ่น
การท่องเที่ยวสัมผัสธรรมชาติช่วงฤดูฝนให้ความสงบและคุ้มค่า เพียงวางแผนเลือกระยะเวลา ไม่ว่าจะมองหาตัวเลือกการเช่ารถรายวันสำหรับทริปสั้นๆ หรือการเช่ารถสำหรับเดินทางไกล คุณก็พร้อมออกไปสัมผัสความเขียวชอุ่มของธรรมชาติได้อย่างเต็มที่